การเมืองสหรัฐวุ่นไม่เลิก “ทรัมป์” เจอข่าวฉาวระลอกใหม่

TRUMP-PUTIN-Pic

นับตั้งแต่ที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนล่าสุดของสหรัฐฯ ก็มีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นมากมายทั้งในด้านที่คนส่วนใหญ่เห็นด้วยและคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยเห็นด้วยซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความคิดเห็นของแต่ละคนว่ามีมุมมองในการมองต่อเรื่องที่เสนอออกมาอย่างไร ถึงกระนั้นก็ได้มีความหวาดหวั่นเกี่ยวกับการเมืองของสหรัฐฯ ที่อาจส่อแววว่ามีความวุ่นวายแบบไม่จบไม่สิ้นหลังจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ เจอการปล่อยข่าวว่ามีส่วนร่วมกับทั้งรัสเซียและอดีตผู้อำนวยการเอฟปีไอรอบใหม่

ท่าทางการเมืองสหรัฐฯ ยุ่งต่อเมื่อทรัมป์เจอข่าวฉาวรอบใหม่

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็จำเป็นต้องพบกับข่าวฉาวระลอกใหม่อีกครั้งกรณีที่รัสเซียเข้าแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ เมื่อปี 2016 มีการปล่อยดังกล่าวในช่วงเวลาที่ทรัมป์กำลังทำการเดินสาย 9 วัน ในการเยือนกลุ่มประเทศตะวันออกกลางและยุโรปเป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่เจ้าตัวเข้ามาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ จากข่าวฉาวดังกล่าวก็ทำให้มีการคาดเดากันว่าน่าจะสร้างความวุ่นวายต่อรัฐบาลของทรัมป์ได้ไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ได้มีการรายงานถึงเรื่องนี้โดยอ้างแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ว่า เจ้าหน้าที่สอบสวนสหรัฐฯ มีการตรวจสอบพบที่ปรึกษาระดับสูงรายหนึ่งของทรัมป์ในทำเนียบขาวที่ขณะนี้ก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่รวมถึงมีความใกล้ชิดกับทรัมป์คือ “ผู้เข้าข่ายต้องสงสัย” กับกรณีรัสเซียแต่ทั้งนี้ก็ยังไมได้มีการเปิดเผยรายละเอียดแน่ชัดเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ผู้ถูกกล่าวอ้างถึง นอกจากนี้แหล่งข่าวดังกล่าวยังเสริมด้วยว่า การสืบสวนจะทวีความเข้มข้นมากขึ้นกว่าเดิมในอีกไม่นานนี้แน่นอน ส่วนในรายของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ก็มีการรายงานที่อ้างอิงจากแหล่งข่าวว่า ทรัมป์ได้มีการเปิดเผยการสนทนาระหว่างที่เขาพูดคุยกับ เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซีย พร้อมกับ เซอร์เก คิสลีอัค เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหรัฐฯ เกี่ยวกับการปลด เจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐฯ หรือ เอฟบีไอ เพื่อช่วยลดแรงกดดันอันมหาศาลจากการสืบสวนในประเด็นของรัสเซีย

จากกระแสข่าวที่ว่านี้ส่งผลให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าความนิยมในตัวโดนัลด์ ทรัมป์ร่วงลงต่ำที่สุดนับตั้งแต่ที่เจ้าตัวเข้ามารับตำแหน่ง มีผลโพลจากทั้งรอยเตอร์ส/อิปซอสพบว่า ชาวสหรัฐฯ สูงถึง 56% ไม่พอใจต่อนายโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างไรก็ตามปัญหาดังกล่าวนี้ยังคงต้องมีเรื่องที่ตรวจสอบกันต่อไปว่าสุดท้ายแล้วข้อเท็จจริงที่ได้มาจะถูกต้องหรือเป็นไปตามที่คาดเดากันไว้หรือไม่ หรือจริงๆ แล้วอาจไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยก็เป็นได้สิ่งเหล่านี้คงไม่มีใครที่ให้คำตอบได้อย่างชัดเจนได้นอกจากรอผลสรุปอย่างเป็นทางการจากผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายว่าสุดท้ายแล้วเรื่องราวจะจบลงแบบใดกันแน่