จ้างงานสหรัฐส่งผลบวกต่อตลาดหุ้น

US-stock-market

เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาตอนนี้ต้องบอกว่าเป็นที่จับตามองอย่างมากในเวทีโลกเนื่องจากว่า พวกเค้าเหมือนฟื้นตัวขึ้นมาได้เยอะซึ่งต้องยอมรับตามตรงว่า หลังจาก นายโดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดีแม้ว่าจะมีเสียงคัดค้านเยอะมาก แต่เค้าก็แสดงความเก่งให้เราเห็นว่าเค้าสามารถกู้วิกฤติเศรษฐกิจสหรัฐได้จริง ไม่ได้มีแต่คำคุยโวแต่อย่างใด เมื่อก่อนสหรัฐต้องเผชิญปัญหาความว่างงานสูงขึ้นมาก แต่ตอนนี้ปัญหาดังกล่าวลดลงแล้ว อัตราการจ้างงานในสหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างน่าพอใจข่าวรายงานว่าจะมีการจ้างงานเพิ่มถึง 255,000 ตำแหน่ง แต่ว่าหลายฝ่ายว่าอาจจะไม่ถึงขนาดนั้นมีเพียงแค่ 185,000 ตำแหน่งเท่านั้นเอง แค่นั้นก็ทำให้วงจรเศรษฐกิจของสหรัฐดีขึ้นไปด้วย (คนมีเงินมากขึ้นก็มีอำนาจในการจับจ่ายมากขึ้น เงินสะพัดหมุนไปได้ดีขึ้น) การจ้างงานแบบนี้ส่งผลต่อตลาดหุ้นโดยตรง รายงานข่าวบอกว่าดัชนีดาวโจนส์ ดัชนีเอสแอนด์พี และ ดัชนีแนสแด็ก ขานรับปรับตัวขึ้นจนทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งขึ้นเยอะทีเดียว จากเหตุการณ์นี้ทำให้เรามองเห็นได้เลยว่า เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกานั้นอาจจะกำลังกลับมาผงาดอีกครั้งหนึ่ง น่าสนใจว่าการพุ่งขึ้นในคราวนี้จะเป็นการพุ่งขึ้นแบบชั่วคราวหรือถาวร ก็ต้องมาดูฝีมือประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และทีมเศรษฐกิจของเค้าจะเป็นผู้ให้คำตอบเราอีกไม่นานรู้กัน

ศก.มะกันดีขึ้นเฟดคงอัตราดอกเบี้ยตามเดิม

หลังจากเศรษฐกิจสหรัฐพุ่งขึ้นไปแบบน่าสนใจทำให้ใครหลายคนกำลังเก็งกันว่า เฟด เองหลังจากเพิ่งประกาศเพิ่มดอกเบี้ยไป อาจจะมีการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งก็ได้ เพื่อเป็นการขานรับเศรษฐกิจดีขึ้นของสหรัฐ แต่เอาเข้าจริง เฟด กลับไม่ได้ทำอย่างนั้น เฟด ใช้เหตุผลในการคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิมอย่างน่าสนใจ เหตุผลแรกเฟดบอกว่า เศรษฐกิจโลกกำลังชะลอตัวลง อันนี้ต้องกลับมามองดูกันด้วยว่า ชะลอตัวลงจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงแค่การยกเหตุผลเท่านั้น กับสองความสับสนอลหม่านในตลาดการเงินทั่วโลก ซึ่งมีความสับสนอลหม่านจริง แต่มันก็เกิดจากการที่เฟดเองนั่นแหละ ประกาศขึ้นดอกเบี้ยไปในรอบแรกนั่นทำให้ธนาคารอื่นทั่วโลกต้องมีการปรับตัวกันใหม่หมด เหตุอลหม่านเลยตามมาอย่างช่วยไม่ได้ อีกด้านหนึ่งมีนักวิเคราะห์ได้ทำนายไว้ว่า การที่เฟดไม่ปรับดอกเบี้ยขึ้นนั้น น่าจะเป็นเพราะว่าเศรษฐกิจสหรัฐแม้ว่าจะดีขึ้น พุ่งขึ้น แต่ก็ไม่ได้สดใส พุ่งทะยานอย่างที่คิดเอาไว้ เฟด เลยเลือกที่คงอัตราดอกเบี้ยไปก่อน เกิดเพิ่มอัตราดอกเบี้ยแล้วไม่สะท้อนเศรษฐกิจที่แท้จริง มันจะกลายเป็นดาบกลับมาทำร้ายเศรษฐกิจสหรัฐเอง ต้องมาดูกันว่าหมากต่อไปของ เฟด จะเล่นอย่างไรกับสภาวะเศรษฐกิจทั่วโลก