หวังผ่อนกฎคุมวอลสตรีทอีกครั้ง สหรัฐรื้อกม.การเงิน

original-us

มีข่าวปล่อยออกมาว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของสหรัฐฯ ก็ได้มีการเตรียมที่จะรื้อกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมภาคการเงินครั้งใหญ่ นอกจากนี้หลายฝ่ายที่มีความเกี่ยวข้องยังมีการจับตาดูอย่างใกล้ชิดอีกว่าจะมีการเปิดช่องเพื่อให้ธนาคารเก็งกำไรความเสี่ยงสูงหรือไม่ เป็นสิ่งที่คนทั่วโลกกำลังจับตามองอย่างมากในเวลานี้และถือเป็นเรื่องที่มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อยด้วยความที่สหรัฐฯ คือประเทศมหาอำนาจของโลกการตัดสินใจทำอะไรย่อมส่งผลกระทบถึงประเทศต่างๆ ทั่วโลกตามไปด้วยอย่างแน่นอน

สหรัฐฯ รื้อ กม. การเงินหวังผ่อนกฎคุมวอลสตรีท

บลูมเบิร์กได้มีรายงานอ้างจากเจ้าหน้าที่ของทำเนียบข่าวระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะมีการลงนามคำสั่งพิเศษเพื่อให้มีการทบทวนกฎหมายควบคุมภาคการเงิน ดอดด์แฟรงก์ (Dodd-Franks Act) เพื่อให้ผ่อนคลายกฎระเบียบที่มีการใช้ควบคุมวอลสตรีทที่เป็นมาอย่างเข้มงวดตั้งแต่ปี 2010 ถือว่าเป็นกฎหมายสำคัญซึ่งเกิดขึ้นจากวิกฤตการณ์ภาคการเงินของสหรัฐฯ มาตั้งแต่ปี 2008 นอกจากนี้โดนัลด์ ทรัมป์ ยังจะทำการลงนามคำสั่งเพื่อให้กระทรวงแรงงานระงับการบังคับใช้กฎระเบียบที่มีการออกโดยอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา ที่ก่อนหน้านี้ให้ออกคำสั่งกำหนดให้ที่ปรึกษาในวัยเกษียณจะต้องทำหน้าที่ต่างๆ เพื่อประโยชน์ที่ดีที่สุดของลูกค้า ก่อนที่ทางรัฐบาลจะได้มีการทบทวนรายละเอียดเพื่อดำเนินการแก้ไขออกมา อย่างไรก็ตามสมาชิกพรรครีพับลิกันพร้อมด้วยเหล่าบรรดาสถาบันการเงินรายใหญ่ในวอลสตรีทเองต่างก็ได้มีการออกมาร้องเรียนถึงผลกระทบเกี่ยวกับกฎหมายดอดด์-แฟรงก์ ในช่วงเวลาหลายปีก่อนหน้านี้ แต่ทางบรรดาสมาชิกพรรคเดโมแครตพร้อมนักวิชาการหลายคนก็ยังยืนยันว่าประเด็นสำคัญจริงๆ ของกฎหมายดังกล่าวก็เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ภาคการเงินของสหรัฐฯ ต้องเข้าสู่ความวิกฤติอีกครั้งเป็นรอบที่ 2 นั่นทำให้การลงนามที่เกิดขึ้นนี้เป็นการผ่อนกฎคุมภาคการเงินใหญ่แต่ก็ต้องต่อสู้กับคำวิจารณ์ต่างๆ ในทำนองว่า คณะรัฐมนตรีของโดนัลด์ ทรัมป์ มีคนที่มาจากภาคอุตสาหกรรมการเงินในวอลสตรีทเป็นจำนวนมาก เช่น นายสตีเฟ่น มนูชิน ว่าที่รัฐมนตรีคลัง ในอดีตเจ้าตัวเคยเป็นผู้บริหารระดับสูงของธนาคารโกลด์แมน แซคส์ มาก่อน

กฎระเบียบเหล่านี้ถือเป็นฝันร้ายของเหล่าบรรดาธุรกิจขนาดใหญ่ ถึงกระนั้นธุรกิจขนาดเล็กยิ่งเป็นอะไรที่แย่กว่า ดอดด์-แฟรงก์คือหายนะของเรื่องนี้ เป็นคำกล่าวของนายโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างไรก็ตาม มนูชิน จะทำการเข้าพบคณะกรรมาธิการกำกับดูแลความมั่นคงทางการเงินพร้อมมีการแถลงในสิ่งที่รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องการเปลี่ยนแปลงในกฎหมาย ซึ่งหลายฝ่ายก็จับตา กฎวอล์กเกอร์ ที่มีการจำกัดบทบาทสถาบันการเงินต่อการใช้ทุนตนเองไปลงทุนความเสี่ยงสูง ถือเป็นกฎปิดช่องความเสี่ยงหลังเกิดวิกฤติซับไพร์มโดยเฉพาะ