เศรษฐกิจอเมริกายังแย่เช่นเคย

US-photo

หากย้อนกลับไปเมื่อช่วงกลางปี 2016 กระทรวงแรงงานของสหรัฐฯ ได้มีการออกมารายงานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือ GDP ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2559 โดยระบุว่ามีอัตราเพิ่มขึ้น 0.5% ต่อปี เมื่อมีการคิดเป็นอัตราการเจริญเติบโตตลอดทั้งปี ซึ่งผลที่ออกมานั้นแสดงให้เห็นว่านี่เป็นอัตราการเพิ่มขึ้นที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ช่วงไตรมาสแรกของปี 2557 การเติบโตในลักษณะนี้เป็นการชี้ให้เห็นว่าการเติบโตดูย่ำแย่ลงในแทบทุกภาคส่วนของระบบเศรษฐกิจ มีข้อยกเว้นเพียงแค่ด้านของอสังหาริมทรัพย์เพียงด้านเดียวเท่านั้น

เศรษฐกิจอเมริกาแย่อย่างไม่น่าเชื่อ

ความพยายามในส่วนของภาคธุรกิจกับการลดจำนวนสินค้าคงคลังส่งผลให้การเจริญเติบโตของไตรมาแรกปี 2560 มีผลกระทบอย่างรุนแรง ด้านราคาน้ำมันก็มีค่าตกต่ำส่งผลกดดันต่อกำไรของบริษัทน้ำมันส่งผลต่อการใช้จ่ายของภาคธุรกิจลดลงในอัตราที่รวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่ปี 2552 หลังหมดช่วงของสภาวะเศรษฐกิจถดถอย อย่างไรก็ตามยังมีนักวิเคราะห์ให้ความคิดเห็นว่า อัตราการเติบโตที่อยู่ในระดับต่ำของช่วงไตรมาสแรกไม่ได้เป็นเหตุผลที่บอกว่าเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ย่ำแย่ลง นั่นเพราะปัจจัยชะลอการเติบโตในบางส่วนกำลังหดหายไปขณะเดียวกันระบบเศรษฐกิจก็น่าจะมีความเติบโตได้เร็วมากยิ่งขึ้นในช่วงเวลาต่อจากไตรมาสแรกนี้ อย่างไรก็ตามสถานการณ์อัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์สหรัฐฯ รวมไปถึงราคาน้ำมันก็ดูมีเสถียรภาพมากขึ้น ทั้งนี้ปัญหาด้านสินค้าส่วนเกินคงคลังก็ได้ค่อยๆ คลี่คลายลง ส่วนตลาดแรงงานเองก็ยังมีความแข็งแกร่งเป็นไปอย่างต่อเนื่องกับจำนวนอัตราการจ้างงานเฉลี่ย 209,000 ตำแหน่งต่อเดือนในช่วงไตรมาสแรกของปี 2559 กระนั้นความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยสอดคล้องกันระหว่างตลาดแรงงานกับการเจริญเติบโตของจีดีพีได้แสดงออกมาให้เห็นว่า ผลิตภาพยังคงมีความอ่อนแอ ในส่วนของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟต ก็ได้ออกมายอมรับในช่วงเวลานั้นว่า กิจกรรมด้านเศรษฐกิจในช่วงต้นปี 2559 ชะลอตัวลง แต่ทางด้านของตลาดแรงงานกลับมีพัฒนาการในด้านบวก ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจและตลาดการเงินนอกประเทศก็เริ่มลดน้อยลงในสายตาของเฟต ส่งผลให้ช่วงเวลาดังกล่าวเฟตเองก็ยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในอัตราเท่าเดิมพร้อมกันนี้ก็ได้มีการส่งสัญญาณเกี่ยวกับความไม่รีบร้อนต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ย

สถานการณ์ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นสถานการณ์ในช่วงเวลาดังกล่าวที่ดูเหมือนว่าระบบเศรษฐกิจของสหรัฐฯ จะมีปัญหา อย่างไรก็ตามในช่วงเวลานี้หลังมีการเปลี่ยนแปลงประธานาธิบดีก็แสดงให้เห็นว่าระบบเศรษฐกิจของสหรัฐฯ มีสัดส่วนที่ดีมากขึ้นเรื่อยๆ ถือเป็นสัญญาณที่ดีไม่ใช่แค่ในสหรัฐฯ เท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่จำเป็นต้องติดตามการพัฒนาด้านเศรษฐกิจของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิดเพื่อแนวโน้มด้านเศรษฐกิจโลกต่อไปในอนาคต